ร้องไห้บ่อยมันไม่ดีนะ
เราทุกคนล้วนมีปัญหาต่าง ๆ มากมายในชีวิตจนอาจทำให้มีบางวันที่เราต้องเสียน้ำตาครั้งแล้วครั้งเล่าให้กับเรื่องวุ่นวายในชีวิตของตัวเอง และแน่นอนว่าไม่มีใครที่จะไม่เคยร้องไห้เลย ขึ้นอยู่กับว่าร้องไห้หนักหรือลองให้เบาเพียงเท่านี้เอง ซึ่งบางคนมีการร้องไห้ที่หนักมาก แทบจะทั้งวันทุกวัน แต่ก็ไม่แปลกเลยเพราะใคร ๆ ก็สามารถเป็นได้
แต่วันนี้เราจะมาบอกข้อเสียของการร้องไห้มากเกินไป เป็นสิ่งที่เกิดจากความคิดมากและปัญหาต่าง ๆ ที่เข้ามาในช่วงเวลาที่อ่อนไหว จนทำให้บางทีเราไม่สามารถที่จะควบคุมความคิดของตัวเองได้เลย ซึ่งอาการคิดมากต่าง ๆ เหล่านี้ สามารถส่งผลเสียเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าได้ ซึ่งถ้าหากว่าคุณกำลังคิดว่าตัวเองนั้นเค้าข่ายอยู่ในโหมดของโรคซึมเศร้าหรือเปล่า สามารถเช็คอาการได้ดังต่อไปนี้
5 อาการเสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้า
1 อารมณ์เปลี่ยนแปลงไป
จะกลายเป็นคนที่ไวต่อความรู้สึกมากกว่าคนทั่วไปสามารถรู้สึกได้เร็วในเรื่องของความเศร้า หดหู่ สะเทือนใจง่าย ร้องไห้บ่อย ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องทั่วไปเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ก็มีความอ่อนไหวสามารถรู้สึกแย่ได้ง่าย บางคนอาจมีความรู้สึกเบื่อหน่ายไปหมดทุกสิ่งทุกอย่าง จากสิ่งที่เคยทำแล้วมีความสุขวันนี้ก็อาจไม่มีแล้ว เช่น เล่นดนตรี ฟังเพลง พบปะเพื่อนฝูง ต่าง ๆ ก็เริ่มที่จะไม่อยากทำ หรือทำแล้วก็ไม่ทำให้สบายใจขึ้น บ้างก็รู้สึกเบื่อไปหมดตั้งแต่ตื่นเช้า บางคนอาจมีอารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย อะไรก็เปลี่ยนแปลงไปหมดกลายเป็นคนหงุดหงิดได้ง่าย เหมือนเป็นคนละคนจากตอนแรก
2 ความคิดเปลี่ยนไป
มองทุกอย่างในแง่ลบ มองอะไรก็รู้สึกว่าแย่ไปหมด มองชีวิตที่ผ่านมาในอดีตก็เห็นแต่ความผิดพลาด ค่อนข้างที่จะออกไปทางแนวโทษตัวเอง ไม่มีอะไรดีสักอย่าง รู้สึกท้อแท้หมดหวังกับชีวิต บางคนกลายเป็นคนที่ความมั่นใจหายไป จะตัดสินใจอะไรก็ลังเลไปหมด มักจะให้ความคิดแง่ลบกับตัวจริง ๆ ถึงแม้ว่าความจริงเราเก่ง แต่ก็จะรู้สึกว่าตนเองไร้ความสามารถ ไร้คุณค่า เป็นภาระแก่คนอื่น เป็นต้น
และจากความรู้สึกเหล่านี้อาจนำไปสู่ถึงขั้นการคิดสั้น เพราะหมดอาลัยตายอยาก ถูกความเศร้ากลืนกิน บางทีอาจคิดว่าการหายไปจากสภาพตอนนี้เป็นเรื่องที่ดีกว่า ต่อมาเริ่มคิดอยากตายแต่ก็ไม่ได้คิดถึงแผนการอะไรที่แน่นอน ในช่วงนี้หากมีเหตุการณ์มากระทบกระเทือนจิตใจก็อาจเกิดการทำร้ายตนเองขึ้นได้จากอารมณ์ชั่ววูบ ซึ่งถ้าใครรู้ว่าตัวเองกำลังเผชิญกับความรู้สึกเหล่านี้อยู่ ต้องรีบหาทางออกด้วยตนเองหรือจากคนรอบข้างก็สามารถช่วยได้
3 สมาธิความจำแย่ลง
หลงลืมง่ายกว่าเดิม เช่น การวางกุญแจบ้านไว้ที่ไหนก็นึกไม่ออก หรือต่าง ๆ ถึงแม้จะเป็นสิ่งใหม่ก็ตามแต่ก็สามารถลืมไปได้อย่างง่ายดาย ฝ จิตใจเหม่อลอยบ่อย ทำอะไรไม่ได้นานเนื่องจากสมาธิไม่มี ดูโทรทัศน์นาน ๆ จะไม่รู้เรื่อง ใจไม่จดจ่อต่อสิ่งที่กำลังทำ ทำงานผิด ๆ ถูก ๆ ไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
4 ความสัมพันธ์กับคนรอบข้างเปลี่ยนไป
มีความซึมลง จากตอนแรกที่เคยร่าเริง คน ๆ นั้นอาจเริ่มหายไป ไม่ร่าเริงแจ่มใสเหมือนก่อน มีตวามอยากอยู่คนเดียว เริ่มตีตัวออกจากสังคม เก็บตัวมากขึ้น ไม่ค่อยพูดจากับใคร บางคนอาจกลายเป็นคนใจน้อย อ่อนไหวง่าย ซึ่งมีความเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ในบางคนอาจมีอาการใจน้อยผสมอยู่ด้วย
5 อาการโรคจิต
สามารถพยได้ในรายที่เป็นขั้นรุนแรง นอกจากความเศร้าที่เข้ามามีบทบาทแล้วยังมีอาการหลงผิดหรือประสาทหลอนร่วมด้วย เช่น ส่วนมากจะมีการเชื่อว่ามีคนคอยกลั่นแกล้ง หรือประสงค์ร้ายต่อตนเอง อาจมีหูแว่วเสียงคนมาพูดคุยด้วย อย่างไรก็ตามอาการเหล่านี้มักจะเป็นเพียงชั่วคราวเท่านั้น เมื่อได้รับการรักษา อารมณ์เศร้าดีขึ้น อาการเหล่านี้ก็จะลดลงตาม ซึ่งเป็นสิ่งที่สามารถรักษากันได้แต่ต้องใช้เวลา
อย่าคิดมากเลย
เราได้เห็นถึงผลเสียของการคิดมากและความเศร้ากันไปแล้ว ที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าได้ ซึ่งถ้าหากว่าคุณมีอาการ 5 ข้ออย่างในข้างต้นคุณสามารถที่จะหยุดความเศร้าไว้เพียงเท่านี้ได้ ควบคุมความเศร้าตั้งแต่ตอนเริ่มต้น อย่าให้ลงลึกไปมากกว่านี้จนไม่สามารถจะเยียวยาได้เลย ก่อนที่โรคซึมเศร้านั้นจะถามหา เพื่อสุขภาพกายและใจที่ดีของตัวเอง เราจึงต้องมีการควบคุมความคิดและความเศร้าให้ได้
